หน้าแรก บล็อก

กำจัดข้ออ้างต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถเก็บเงินออมได้

เชื่อว่าทุกคนรู้ดี การออมเงินนั้นสำคัญและจำเป็นมากแค่ไหน แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีเหตุผลและข้ออ้างต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะออมเงิน ซึ่งข้ออ้างเหล่านี้นี่แหละจะทำให้คุณไม่มีวันเก็บเงินได้ และจะมีแค่เงินใช้ไปวันๆ เท่านั้น มาดูข้ออ้างสุดฮิตของคนที่ไม่อยากออมเงินกันดีกว่า 1.เงินเดือนน้อย เป็นข้ออ้างสุดเบสิกของคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ซึ่งจริงๆ แล้วจะเงินเดือนน้อยหรือมาก็สามารถเจียดมาออมได้ทั้งสิ้น เพราะเงินออมเป็นการสะสมเพื่ออนาคต จะมาหรือน้อยก็ได้ไม่มีการบังคับ หากได้เงินเดือนน้อยก็เก็บน้อย ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเก็บยังไงก็เก็บได้อยู่แล้ว เพียงแต่ชอบเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเก็บเงิน จะได้มีเงินใช้ซื้อนู้น นั่น นี่ไปวันๆ 2.ค่าใช้จ่ายเยอะ เราทุกคนล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งข้ออ้างเรื่องนี้ก็เป็นเพียงการนำมาใช้อ้างจะได้ไม่ต้องออม ไหนจะค่ารถ ค่าบ้าน ค่าลูก ค่าใช้จ่ายประจำวัน เยอะแยะไปหมด จริงๆ แล้วยิ่งค่าใช้จ่ายเยอะก็ยิ่งต้องมีเงินออม เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายยามจำเป็นนั่นเอง เจียดมาออมเดือนละนิดหน่อยไม่น่าจะกระทบกับรายจ่ายมากนักหรอกจริงไหม 3.อายุยังไม่มาก ยังมีเวลาเก็บเงินอีกนาน จริงๆ แล้วอายุน้อยๆ นี่แหละควรเก็บเงิน เพราะเมื่อแก่ตัวไปจะได้มีเงินเหลือไว้ใช้มากกว่าคนอื่น ยิ่งคนที่ยังไม่มีครอบครัวด้วยแล้ว เป็นเรื่องง่ายมากที่จะออมเงิน การซื้อความสุขในชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ไม่ควรซื้อบ่อยนักเพราะยังมีวิธีหาความสุขแบบอื่นได้อีกเยอะแยะโดยที่ไม่ต้องใช้เงิน ดังนั้นอย่าผัดวันประกันพรุ่ง คิดอยากจะออมเงินต้องเริ่มทำทันทีก่อนที่จะสายเกินไป

วิธีปฏิเสธเพื่อนขอยืมเงิน บอกปัดยังไงดี ไม่ให้เสียน้ำใจ

เรื่องเงินๆ ทองๆ นั้นเป็นเรื่องที่พูดยากเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลามีเพื่อนๆ มาหยิบยืมเงินไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร บางครั้งอยากช่วยเหลือแต่ตัวเองก็ไม่ค่อยมี จะปฏิเสธก็กลัวจะทำให้ความสัมพันธ์พัง แต่ก็ไม่มีจะให้เป็นเรื่องที่กลุ้มใจไม่น้อย ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีปฏิเสธเมื่อเพื่อนมายืมเงินแบบไม่เสียน้ำใจและยังรักษามิตรภาพเอาไว้ได้ด้วย 1. เสนอทางออกอื่น ๆ ให้แทน เป็นทางออกที่ดีที่สามารถแนะนำเพื่อนได้ หากว่าคุณไม่พร้อมที่จะให้หยิบยืมเนื่องจากเงินไม่พอใช้เช่นกัน ก็เสนอทางออกอื่นๆ ให้เพื่อนได้ เช่นแนะนำให้ทำรายได้เสริม ให้ไปขอสินเชื่อต่างๆ ที่พอจะเป็นไปได้หรือให้ไปยืมคนอื่นที่มีกำลังทรัทย์มากกว่าแทน ซึ่งการแนะนำทางออกให้นั้นเป็นการช่วยเพื่อนอีกทางโดยที่ตัวคุณเองก็ไม่เดือดร้อนด้วย 2. ขอเวลาตัดสินใจสักพัก เป็นการเลี่ยงได้อีกวิธีหนึ่ง เมื่อโดนยืมเงินอย่าเพิ่งปฏิเสธหรือตอบรับในทันที ให้ตัดสินใจก่อนกลับมาคิดดูว่าควรให้ยืมไหม ไปเช็คให้แน่ใจก่อนว่าคนที่ยืมนั้นเดือดร้อนจริงๆ หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าต้องการยืมไปซื้อของฟุ่มเฟือยเพื่อปรนเปรอความต้องการ ดังนั้นให้ตอบไปว่าขอเวลาตัดสินใจสักพัก เป็นการดีที่สุด 3. ช่วงนี้ไม่มีเงินเหมือนกัน บางครั้งการตอบตรงๆ ก็ดีกว่าปฏิเสธอ้อมๆ ไปเรื่อย เพราะหากว่าช่วงนี้คุณเงินไม่พอใช้เหมือนกันก็ลองบอกเหตุผลให้เพื่อนได้เข้าใจ เพื่อให้เขาเห็นว่าเราก็กำลังเครียดเช่นกัน ชักหน้าไม่ถึงหลังเล่าความลำบากให้ฟังด้วยก็ได้ เพื่อคนที่มายืมจะเห็นใจและไม่มาตอแยอีก

ของขวัญวันแม่ปีนี้จะเปลี่ยนไป เพิ่มอุ่นไอรักได้ด้วยการเงิน

เทศกาลวันแม่นั้น เป็นวันดีๆ ที่ลูกๆ มักจะซื้อของขวัญให้เพื่อแสดงความรักความห่วงใย ทั้งนี้การให้ของขวัญก็มีหลายรูปแบบ บางบ้านก็พากันออกไปทานข้าวนอกบ้าน บางบ้านก็ทำมื้อพิเศษทานกันในครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่นิยมให้คือของขวัญ ซึ่งวันนี้เราก็มีคำแนะนำในการให้ของขวัญวันแม่ ที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปต่อยอดได้ นั่นคือของขวัญในรูปแบบการจัดความมั่งคงทางการเงิน
ในการวางแผนเรื่องการเงินนั้นจะต้องกันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเอาไว้ด้วย ซึ่งหากคุณแม่เป็นวันเกษียณแล้ว ควรกันเงินสำรองเอาไว้ที่ 6-12 เท่า ของค่าใช้จ่ายปกติ ซึ่งสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ แนะนำให้สำรองเงินไว้ในรูปแบบสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง อย่างเช่นเงินฝากประจำ หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นต้น และควรคำนึงถึงเรื่องสุขภาพของคุณแม่ด้วย ควรจัดสรรเงินเพื่อซื้อประกันคุ้มครองสุขภาพ ในกรณีที่หากเกิดอุบัติเหตุจะได้นำเงินส่วนนี้มาเป็นค่ารักษา จึงควรซื้อประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ น่าจะเป็นของขวัญวันแม่ที่ดีที่สุด แสดงถึงความรักและห่วงใยในสุขภาพ
แต่สำหรับใครที่อยากให้ของขวัญคุณแม่ทั้งเงินฝากและประกันอุบัติเหตุ แต่ไม่อยากแยกกันก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากประจำผู้สูงอายุ สำหรับคุณแม่ที่อายุ 55 ปีขึ้นไป โดยจะได้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากธรรมดาและได้รับสิทธิพิเศษในด้านการคุ้มครองในเรื่องอุบัติเหตุต่างๆ ด้วย เป็นอีกทางเลือกในการให้ของขวัญที่ได้มากกว่าสิ่งของหรือเงินทอง